Loading...

เรื่องน่าเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นจากความบังเอิญของนักวิทยาศาสตร์ที่ทดลองบางสิ่ง แต่ดันได้ผลลัพธ์ที่ตัวเองไม่ได้คาดหวังออกมา แถมยังเป็นผลลัพธ์ที่ดีจนใช้มาถึงปัจจุบันอีกด้วย แลนี่คือ 7 สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ ที่เกิดขึ้นจากความบังเอิญล้วนๆ

Loading...

1. กัมมันตภาพรังสี

โดย Henri Becquerel เป็นนักฟิสิกส์ที่มีความสนใจในเรื่องการเรืองแสงตามธรรมชาติ และความแปลกใหม่ของรังสี x-ray และได้ทดลองมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในปี 1896 เขาได้ทดสอบดูว่าถ้าทิ้งแร่ธาตุที่เรืองแสงตามธรรมชาติไว้ใต้แสงแดดมันจะสามารถผลิตรังสี x-ray ได้หรือไม่?

แต่ขณะทำการทดลองเกิดความผิดพลาด ซึ่งทำให้เขาพบรอยตรงก้อนหินยูเรเนียมอยู่บนแผ่นถ่ายภาพ ดังนั้นเขาจึงคิดว่าน่าจะมีพลังงานซ่อนอยู่ เขาจึงร่วมมือกับเพื่อนคิดค้นและพบว่ามันเป็นผลมาจากสารกัมมันตภาพรังสีที่ทำให้เกิดพลังงานนิวเคลียร์นั่นเอง

เหตุการณ์วันนั้นทำให้มีโรงไฟฟ้าพลังานนิวเคลียร์ในวันนี้

และเช่นกันถ้าไม่มีเหตุการณ์วันนั้น พวกเราคงไม่มีจรวดนิวเคลียร์ใช้กันในวันนี้

2. พลาสติก

พลาสติกถูกคิดค้นขึ้นโดย Leo Hendrik Baekeland ซึ่งเป็นนักเคมีที่ต้องการผลิตสารอื่นมาใช้แทนสาร Shellac เพื่อเป็นฉนวนในเครื่องอิเล็กทรอนิกส์

แต่ในขณะที่เขาทำการทดลองสาร Bakelite เขากลับค้นพบวัสดุใหม่ที่สามารถพิมพ์รูปขึ้นได้ ทั้งยังทนความร้อนได้โดยไม่บิดงอ ซึ่งเขาคิดว่าจะนำไปใช้ในการบันทึกเครื่องเสียง แต่มันกลับถูกนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ นั่นก็คือพลาสติกที่เราใช้กันจนถึงทุกวันนี่เอง

พาสติกที่ใช้ในปัจจุบัน

3. โค้ก

โค้กถูกค้นพบโดย John Pemberton เภสัชกรในเมือง Atlanta ซึ่งเขาต้องการจะค้นหายารักษาอาการปวดหัว จึงได้ทำการผสมยา (ที่ยังคงถูกปิดเป็นความลับจนปัจจุบัน) ออกมาและมันก็ถูกวางขายตามร้านยา แต่ 8 ปีต่อมามันกลับกลายเป็นเครื่องดื่มโค้กบรรจุขวดที่ขายดีที่สุดในโลก

โค้กในปัจจุบัน

รูปปั้นของ John Pemberton

4. ไมโครเวฟ

เกิดขึ้นจากชายคนหนึ่งที่เดินทางเข้าบริษัทและเขาผ่านเรดาห์ตรวจจับโลหะมาได้ เมื่อกำลังจะเดินไปถึงห้องทำงานเขาก็ล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อจะหยิบช็อกโกแลตแท่งขึ้นมากิน แต่เขากลับพบว่าช็อกโกแลตกลับละลายทั้งๆ ที่อากาศก็ไม่ได้ร้อน ดังนั้นเขาจึงคิดได้ว่าเป็นเพราะเรดาห์ เขาจึงสร้างไมโครเวฟขึ้นมาจากรังสีเรดาห์นั่นเอง

ไมโครเวฟในปัจจุบัน

5 ไวอากร้า

โดยทางทีมแพทย์ได้ทำการวิจัยเพราะต้องการหายามารักษาโรคหัวใจขาดเลือด แต่หลังจากที่ผลิตยาตัวนี้ขึ้นมาและทดลองใช้ก็พบว่ามันมีผลข้างเคียงทำให้เลือดไหลไไปเลี้ยงตรงอวัยวะเพศชายมากขึ้น ดังนั้นจึงมีการนำไวอากร้ามาใช้เพื่อรักษาผู้ชายที่เป็นโรคไม่แข็งแทน

6. ยางวัลคาไนซ์ (ยางรถยนต์ และรองเท้า)

Charls Goodyear ได้ใช้ความพยายามนานนับ 10 ปี ในการค้นหาวิธีการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติยางให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยคุณสมบัติยางที่ต้องการ คือ ต้องทนต่อความร้อนและความเย็น แต่เขาก็ไม่สามารถเปลี่ยนคุณสมบัติของยางให้เป็นตามที่ต้องการได้

จนกระทั่งวันหนึ่ง Goodyear ได้ทำส่วนผสมของยาง กำมะถัน และ ตะกั่วหกลงไปในเตาที่กำลังร้อนอยู่ ทำให้ส่วนผสมทั้งสามหลอมรวมกัน และไหม้เกรียมเป็นสีดำ

เมื่อ Goodyear หยิบสิ่งที่เกิดขึ้นมา และสังเกตุดูเห็นว่ามีความแข็งแรงแต่น่าจะนำมาประยุกต์ใช้งานได้หลังจากการค้นพบยางวัลคาไนซ์โดยบังเอิญของ Goodyear ปัจจุบันนี้มีการนำยางชนิดนี้มาใช้อย่างแพร่หลาย เช่น ยางรถยนต์ และรองเท้า

ยาง Goodyear ในปัจจุบัน

7. ยาเพนิซิลลิน (Penicillin)

เกิดขึ้นเมื่อปี 1928 หรือประมาณ 80 กว่าปีมาแล้ว เนื่องจาก Alexander Fleming ไม่ได้ทำความสะอาดห้องทดลอง ก่อนจะลาไปพักผ่อน

เมื่อ Fleming กลับมายังห้องทำงาน เขาสังเกตุเห็นเชื้อราแปลกๆ เจริญเติบโตอยู่บนจานอาหารที่เลี้ยงเชื้อ และรอบๆ เชื้อราเหล่านั้นไม่มีการเจริญของเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่นๆ เกิดขึ้นเลย นั่นทำให้เขานำเชื่อรามาใช้ผลิตเพนิซิลลิน เพนิซิลลินจึงเป็นยาปฏิชีวนะชนิดแรกที่ถูกค้นพบและยังมีการใช้งานกันอย่างแพร่ หลายในปัจจุบัน

Loading...
ads-yengo

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here