Loading...

ดังนั้นวันนี้เราขอชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับ 10 ยาพิษยอดนิยมที่ปรากฏอยู่ในนิยายสืบสวนฆาตกรรมทั้งหลายแหล่ นี่ถ้าใครเป็นนักเขียน ก็สามารถนำข้อมูลและคุณสมบัติของยาพิษพวกนี้ไปใช้ในนิยายได้เลยนะคะ น่าสนใจอยู่เหมือนกัน เอาล่ะค่ะ ถ้าทุกคนพร้อมจะบุกห้องทดลองกันแล้ว ก็เลื่อนลงไปอ่านได้เลยค่า
รู้ไว้ใช่ว่า! 10 อันดับยาพิษยอดนิยมที่ฆาตกรใช้สังหารเหยื่อ!

Loading...


1. อาร์เซนิก หรือ สารหนู
ยาพิษยอดนิยมที่ติดอันดับหนึ่งในดวงใจฆาตกรมานาน วิธีการหลักคือ ผสมใส่ในอาหารแล้วให้เหยื่อกิน หากใครสนใจจะหาตัวยามาใช้ ก็บอกเลยว่า… พบได้จากธรรมชาติ อาทิ ตามถ่านหิน ดินและแร่ และยังพบได้จากอุตสาหกรรมหนักทั้งหลาย อาทิ การทำเหมืองแร่ถ่านหิน หรือพูดให้เห็นภาพกันอีกนิด ก็พวกยาฆ่าแมลง ยาปราบศัตรูพืชที่ใช้ทำการเกษตร โดยมนุษย์เรามักจะสูดดมหรือสัมผัสโดยไม่รู้ตัว มารู้อีกทีก็ตายเสียแล้ว
พี่ซูมขอยกตัวอย่างบุคคลสำคัญที่เสียชีวิตจากสารพิษชนิดนี้ ได้แก่ กษัตริย์นโปเลียน โบนาปาร์ต, พระเจ้าจอร์จที่สามแห่งราชวงศ์อังกฤษ และผู้นำทางการเมืองของประเทศเวเนซูเอลา ซีมอง โบลีวาร์ ซึ่งคนทั้งสามไม่ได้เสียชีวิตแบบทันทีทันใด ดูเหมือนพวกเขาจะถูกวางยา และมีสารพิษดังกล่าวสะสมอยู่ในเลือดเป็นระยะเวลานาน ทว่าอย่างน่าแปลกใจ… แม้จะเป็นที่รู้กันดีว่า… สารนี้เป็นอันตรายถึงชีวิต ในสมัยยุควิคตอเรียน ก็ยังมีการผสมสารดังเกล่าวในเครื่องสำอาง เพื่อบำรุงผิวพรรณให้ผุดผ่องกระจ่างใส… (แต่อาจจะท้ายมบาลไปนิด)
อาการหลังจากได้รับสาร
อันดับแรกเลย อาเจียน ตามมาด้วยปวดท้อง ท้องเสีย กล้ามเนื้อเกิดอาการเกร็ง และมักมีภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับการทำงานของหัวใจ พบว่าเหยื่อมักเสียชีวิตด้วยอาการภาวะหัวใจล้มเหลว
รู้ไว้ใช่ว่า! 10 อันดับยาพิษยอดนิยมที่ฆาตกรใช้สังหารเหยื่อ!


2. โบทูลินั่ม ท็อกซิน
คุ้นหูชื่อนี้กันไหมคะ ใช่แล้ว โบทูลินั่ม ท็อกซิน หรือในอีกชื่อหนึ่งที่เรารู้จักกันดีคือ “โบท็อกซ์” ที่สถาบันความงามต่างๆ นำมาใช้ฉีดเพื่อลดริ้วรอยให้เหล่าสาวน้อยสาวใหญ่ดูอ่อนกว่าวัย นั่นเองค่ะ ปัจจุบัน เริ่มมีการนำสารนี้มาใช้แทนยารักษาโรคแล้ว (แต่ต้องอยู่ในความควบคุมของแพทย์) โดยโรคต่างๆ ได้แก่ ออฟฟิศซินโดรม และยังช่วยลดปัญหาอาการปัสสาวะกะปริบกะปรอยได้ด้วย เรียกว่าถ้านำไปใช้ถูกทาง ก็มีประโยชน์อยู่เหมือนกันค่ะ
โดยเจ้าโบทูลินั่ม ท็อกซิน คือโปรตีนชนิดหนึ่ง มีที่มาจากการสกัดแบคทีเรีย คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม ตระกูลเดียวกับพวกเชื้อบาดทะยัก พบในอาหารกระป๋อง ถ้าใครอยากนำมาลองวางยา พี่ซูมแนะนำหน่อไม้บรรจุปี๊บเลยค่ะ เขาบอกว่ามีสารพิษชนิดนี้อยู่มากทีเดียว โดยวิธีการรับสารตัวนี้เข้าไปคือ การปนเปื้อนในอาหาร หรือผ่านทางบาดแผลที่ยังเปิดอยู่ พี่ซูมมั่นใจว่าถ้าใครเป็นแฟนคลับ เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ฉบับซีรี่ส์ของบีบีซี (อันมีเฮียเบน และลุงมาร์ตินเป็นนักแสดงนำ) น่าจะเคยได้ยินชื่อสารตัวนี้จาก ตอน The Great Game ตอนที่สามของซีซั่นแรก ที่เด็กชายผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตเพราะได้คนร้ายใส่สารตัวนี้ลงในยารักษาแผล และสุดท้าย เขาก็เสียชีวิตจากการจมน้ำตายในสระน้ำของโรงเรียน
รู้ไว้ใช่ว่า! 10 อันดับยาพิษยอดนิยมที่ฆาตกรใช้สังหารเหยื่อ!
ภาพเบเนดิกต์ คัมเบอร์แบช ผู้รับบทเชอร์ล็อค โฮล์มฉบับซีรี่ย์ของบีบีซี
อาการหลังจากได้รับสาร
ในกรณีที่ได้รับสารเพียงเล็กน้อย ก็อาจจะแค่ท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษ แต่ถ้าหากได้รับสารในปริมาณมากๆ จะเริ่มเกิดอาการรุนแรง ได้แก่ กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตขยับไม่ได้ เวียนหัว ทัศนวิสัยการมองเห็นแย่ หายใจติดขัด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจจนกระทั่งเสียชีวิตในที่สุด


3. ไซยาไนด์
เป็นยาพิษอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จะอ่านนิยาย ดูการ์ตูน ชมภาพยนตร์ ถ้ามีเคสวางยาพิษทีไร ส่วนใหญ่จะเห็นว่า… ไซยาไนด์ มีเอี่ยวตลอด คงเพราะสารนี้หาได้ง่ายและพบได้ในชีวิตประจำวันไม่แตกต่างจากสารหนู ตามธรรมชาติ สารนี้อยู่ในผัก ผลไม้ เช่น ข้าวเจ้า ข้าวสาลี พีช มะม่วง ส่วนในทางอุตสาหกรรม ไซยาไนด์ใช้ในการผลิตไนล่อน และพบมากที่สุดใน ยาฆ่าแมลง
เหตุการณ์ที่ไซยาไนด์สร้างผลกระทบรุนแรงที่สุด ตามความเห็นของพี่ซูมแล้ว ไม่มีครั้งไหนร้ายแรงเท่าสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ตอนที่กองทัพนาซีของเยอรมันใช้สารตัวนี้ในห้องรมแก๊ส ว่ากันว่าสามารถสังหารเหยื่อได้คราวละหลายร้อยคนภายในพริบตาเดียว นับเป็นการสังหารหมู่ที่โหดร้ายและไร้มนุษยธรรมมากที่สุด นอกจากนี้ นักเขียนนิยายแนวสืบสวนสอบสวนบางคนก็นิยมเขียนให้ฆาตกรใช้ไซยาไนด์ก่อเหตุฆาตกรรม อาทิเช่น อกาธา คริสตี้ เจ้าของตัวละครนักสืบนาม แอร์กูล ปัวโร และ เจน มาร์เปิ้ล
อาการหลังจากได้รับสาร
ไซยาไนด์ มีพิษร้ายแรงมาก รับสารพิษเข้าไปแม้เพียงนิดเดียว อวัยวะในระบบประสาทส่วนกลาง ตับ ไตและระบบหัวใจจะได้รับผลกระทบทันที อาการแรกที่ปรากฏหลังได้รับสารเข้าไปคือหายใจติดขัด ตามด้วยอาการชักและหมดสติ ซึ่งอันตรายมากอาจเสียชีวิตทันทีถ้ารับเข้าไปเป็นเวลานานติดต่อกันตั้งแต่หนึ่งถึงสิบห้านาที


4. เมอร์คิวรี่ หรือ สารปรอท
เมอร์คิวรี่ หรือ สารปรอท เป็นสารพิษที่พบได้ในอุตสาหกรรมเป็นหลัก เช่น การทำสวิตช์กระแสไฟฟ้า การเผาไหม้อุตสาหกรรมถ่านหิน แบตเตอรี่ต่างๆ ตลอดจนเครื่องมือทดลองทางวิทยาศาสตร์ อาทิ ปรอทวัดอุณหภูมิ นอกจากนี้ ยังมีโอกาสพบสารปรอทปะปนอยู่ในอาหารได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น อาหารทะเลอย่าง ปลาดาบหรือปลาทูน่า
สารปรอทผ่านเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านการรับประทานหรือสูดดม เพราะมีคุณสมบัติเป็นของเหลวที่ระเหยเป็นไอน้ำได้ นอกจากนี้ ยาบางชนิดก็ใช้สารปรอทเป็นส่วนประกอบด้วย เช่น ยารักษาโรคซิฟิลิส ที่แพทย์เคยใช้กับ โมสาร์ท นักแต่งเพลงชื่อก้องโลก น่าเสียดายที่โมสาร์ทไม่หายและเสียชีวิต และจนวันนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุปว่า… แท้จริงแล้ว สาเหตุที่เขาตายเพราะโรคซิฟิลิสหรือเพราะสารปรอทที่ถูกนำมาใช้รักษากันแน่
อาการหลังจากได้รับสาร
อาการที่เกิดจากการรับสารปรอทมีทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง โดยอาการเริ่มแรกคือ อาเจียน ปากพองแดงไหม้ อักเสบและเนื้อเนื้อเยื่ออาจหลุดออกมาเป็นชิ้น ต่อด้วยอาการเลือดอออก ปวดท้องอย่างรุนแรง จากการถูกสารชนิดนี้กัดระบบทางเดินอาหาร อาการท้องร่วง อุจจาระเป็นเลือด เป็นลมหมดสติ และเมื่อสารเข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือด ก็จะไปทำลายไต จนปัสสาวะไม่ออก หรือไม่ก็ปัสสาวะเป็นเลือด และสุดท้ายก็เสียชีวิตในที่สุด


5. โพโลเนียม
โพโลเนียมหรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่ง โพโลเนียม 210 คือสารกัมมันตรังสีที่มีอยู่ตามธรรมชาติ พบได้ทั่วโลกตามพื้นดินทั่วไป แต่ปริมาณไม่มากจนอันตราย ทว่าถ้าหากสะสมในร่างกายนานๆ เข้า ก็เสียชีวิตได้เหมือนกัน ที่สำคัญ โพโลเนียมมีคุณสมบัติกระจายตัวในน้ำได้ดี ดังนั้น เมื่อเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ ที่มีองค์ประกอบหลักคือ น้ำและเลือด ก็จะทำงานได้ดีจนน่ากลัว
ข่าวเกี่ยวกับสารโพโลเนียมที่น่ากลัวมาก คือเรื่องราวของ Alexander Litvinenko อดีตสายลับของรัสเซีย ผู้ถูกวางยาพิษด้วยวิธีสุดธรรมดา นั่นคือฆาตกรผสมโพโลเนียมลงไปในถ้วยชาให้เขาดื่มทุกวัน อเล็กซานเดอร์เสียชีวิตภายในสามอาทิตย์ โดยปริมาณโพโลเนียมที่เขาได้รับเข้าสู่ร่างกาย สูงมากกว่ายาฆ่าตัวตายที่คนเรากินเข้าไปถึง 200 เท่า ฟังแล้วขนลุกแทนเลยค่ะ ฆาตกรอำมหิตจริงๆ
อาการหลังจากได้รับสาร
สารโพโลเนียมมักจะไปกระจุกตัวอยู่ตาม อวัยวะที่มีน้ำมาก เช่น หัวใจ ปอด ม้าม โดยอาการที่แสดงออกมาคือ ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบหายใจล้มเหลวในภาวะเฉียบพลัน


6. เทโทรโดท็อกซิน
ขอให้คำนิยามสารพิษชนิดนี้ว่า “วางยาด้วยซาชิมิ” ค่ะ เพราะเทโทรโดท็อกซินนั้นได้จาก พิษของปลาหมึกสายวงสีน้ำเงิน และ ปลาปักเป้า ซึ่งที่ต่างประเทศเอง โดยเฉพาะญี่ปุ่น ก็นิยมนำปลาปักเป้ามาทำเมนูซาชิมิอยู่แล้ว แต่สำหรับในไทย ยังไม่ร้านอาหารไหนสามารถเสิร์ฟปลาปักเป้าได้อย่างถูกกฎหมาย เนื่องจากไม่มีเชฟที่มีความชำนาญพอจะแล่เอาพิษออกได้ทั้งหมด ถ้าหากกินอาจจะอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตก็ได้
ในส่วนของความรุนแรงพบว่า พิษของปลาหมึกสายวงสีน้ำเงินนั้นอันตรายกว่ามาก เชื่อกันว่าพิษของมันสามารถฆ่าผู้ใหญ่ 26 คนได้ภายในเวลาไม่กี่นาที คุณสมบัติที่น่าสนใจของพิษชนิดนี้คือ ละลายน้ำได้ และทนความร้อน (ยกเว้นในสภาวะเป็นด่าง) ดังนั้น ต่อให้เอาไปต้มจนสุกแล้ว กินไปก็ยังตายได้เหมือนเดิมค่ะ


ปลาหมึกสายวงน้ำเงิน พิษร้ายแรงมาก
อาการหลังจากได้รับสาร
อาการแรกที่รู้สึกคือ คล้ายมีเข็มแทงยิบๆ ถี่ๆ ที่ริมฝีปากและปลายลิ้น พร้อมอาการชาตามใบหน้าและมือ น้ำลายเริ่มฟูมปาก ร่วมด้วยคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ตลอดจนปวดท้องอย่างรุนแรง ต่อมาก็หายใจไม่ออก อ่อนแรง เริ่มพูดลำบาก อาการจะทรุดหนักภายใน 24 ชั่วโมง กล้ามเนื้อหัวใจเริ่มเป็นอัมพาตส่งผลให้หัวใจทำงานผิดปกติ โคม่า ชัก รูม่านตาขยาย จากนั้นก็เข้าสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว


7. สตริกนิน
สตริกนิน เป็นสารพิษที่อยู่ในเมล็ดของต้น แสลงใจ ที่คุณสมบัติแสลงใจสมชื่อค่ะ เพราะกินเข้าไปนี่ตายชัวร์ จุดเริ่มต้นของสารนี้ มาจากทวีปยุโรปค่ะ ช่วงศตวรรษที่ 16 ได้มีการนำสารชนิดนี้มาใช้กำจัดหนูและสัตว์อื่นๆ ส่วนในประเทศไทย นิยมนำสารชนิดนี้มาใช้ทำ “ยาเบื่อสุนัข” หน้าตาของสตริกนินนั้นดูไปก็คล้ายเม็ดยา มีสีเขียวหรือสีแดง บางครั้งมาในรูปแบบผงแป้งก็มี คุณสมบัติคือไม่มีสี ไม่มีกลิ่น รสชาติขม เหมาะสำหรับฆาตกรผู้อยากให้เหยื่อขมคอก่อนตาย
ปัจจุบันพี่ซูมคิดว่าน้องๆ น่าจะเคยได้ยินชื่อสตริกนินปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยครั้ง เพราะมีคนคิดพิเรนทร์เอาไปผสมกับ เฮโรอีน แทนคลินิดีน หรือผสมในโคเคน เพื่อให้ได้ปริมาณยาที่มากขึ้น สาเหตุก็คงเป็นเพราะลักษณะหน้าตาที่เป็นผงสีขาวและมีรสชาติคล้ายกัน แต่แน่นอนว่าถ้าใครเผลอกินเข้าไปก็ต้องไปพบท่านยมบาลแน่นอน


หน้าตาของผงโคเคนที่คล้ายผงสตริกนิน
อาการหลังจากได้รับสาร
เมื่อรับสตริกนินเข้าไป ราว 10 – 20 นาที จะเริ่มมีอาการกระตุกและเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ อาจมีอาการชักร่วมด้วย ในรายที่อาการไม่รุนแรงมากผู้รับสารจะยังรู้สึกตัวดี สติสัมปชัญญะครบถ้วน ทว่าถ้ารุนแรงมากจนเกิดภาวะแทรกซ้อน ระบบหายใจล้มเหลว อาจเกิดภาวะกล้ามเนื้อสลายตัว มักจะตามด้วยอาการไตวาย และเสียชีวิตในภายหลัง


8. เบลล่าดอนน่า
ในภาษาอิตาลี เบลลาดอนน่า แปลว่าสตรีผู้มีรูปโฉมงดงาม แต่น้องๆ คะ พี่ซูมขอให้ทุกคนลืมความสวยของชื่อไปได้เลย เพราะพิษของมันอันตรายร้ายแรงอย่างมาก พืชชนิดนี้มีลักษณะคล้ายลูกเบอร์รี่และจัดอยู่ในวงศ์มะเขือชนิดหนึ่ง เหล่าสตรียุคกลางนิยมนำไปใช้ทำเครื่องสำอางประทินผิว นอกจากนี้ น้ำที่ได้จากผลของมัน ถูกนำมาใช้ทำน้ำยาขยายรูม่านตา ทำให้ตากลมโตสวยโดดเด่น และ ณ ตอนนี้ แพทย์ได้นำเบลล่าดอนน่ามาใช้เป็นส่วนประกอบของยาระงับประสาทด้วย
ในส่วนของพิษนั้น ก็โหดร้ายไม่แพ้กัน ว่ากันว่า… ผลของเบลล่าดอนน่านั้นรสชาติแย่มาก และใครเผลอกินเข้าไปมีโอกาสตายสถานเดียว (พี่ซูมนึกถึงลูกเบอร์รี่ที่แคตนิสกับพีต้าจะกินพร้อมกันในตอนจบของฮังเกอร์เกมครั้งแรก) คนสมัยโบราณเชื่อกันว่า เบลล่าดอนน่า เป็นลูกเบอร์รี่ของแม่มดค่ะ
อาการหลังจากได้รับสาร
อาการเริ่มแรกคือ ปวดจุกเสียดในระบบทางเดินอาหารและถุงน้ำดี ในรายที่อาการรุนแรงมากมักปากแห้ง สายตาพร่ามัว ผิวแห้งแดง ไข้ขึ้น อาการเต้นของหัวใจถี่เร็ว ไม่สามารถปัสสาวะ เหงื่อออกมาก ภาพหลอน มีปัญหาอาการชักและโคม่า อาจเสียชีวิตในที่สุด


9. อโคไนต์
เห็นดอกไม้สีม่วงช่อสวยๆ มาวางตั้งอยู่บนโต๊ะ อย่าเพิ่งไปคิดว่ามีหนุ่มคนไหนมาหลงชอบแอบปลื้มนะคะ ลองเช็คดูให้ดีก่อนว่าใช่ดอกไม้จากต้น อโคไนต์ หรือเปล่า เพราะถ้าใช่ บอกเลยเขาไม่ได้แอบปลื้มค่ะ แต่อยากจะฆ่าเราให้ตายต่างหาก
อโคไนต์ ม้องค์ชูด หรือ วูล์ฟเบน ทั้งสามชื่อเป็นชื่อต้นไม้ชนิดเดียวกัน สาเหตุที่เรียกว่า วูล์ฟเบน เนื่องจากยุโรปในอดีต มีหมาป่าค่อนข้างเยอะ มนุษย์จึงนิยมนำสารพิษที่ได้จากพืชชนิดนี้ผสมลงในอาหารไว้วางยาหมาป่า อย่างไรก็ตาม ถ้าหากสกัดพิษออกแล้ว พืชชนิดนี้จะกลายเป็นยาโด๊ปที่เสริมกำลังวังชาได้ดีมากๆ
อโคไนต์ เป็นที่รู้จักจากคดีฆาตกรรม จักรพรรดิเกลาดิอุส แห่งโรม เชื่อกันว่าพระองค์สวรรคตจากการถูกวางยาโดยภรรยาคนสวย “อากริพพิน่า” นางนำเห็ดแสนอร่อยไปเคลือบอโคไนต์ และจัดขึ้นเป็นเครื่องเสวย บางตำนานก็ว่า นางร่วมมือกับหมอหลวง หลอกลวงองค์จักรพรรดิว่าเป็นยาบำรุงกำลัง แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน สุดท้ายแล้วองค์จักรพรรดิก็สวรรคตเพราะอโคไนต์อยู่ดี
อาการหลังจากได้รับสาร
หลังจากรับสารอโคซิน ซึ่งสกัดได้จากใบหรือรากของต้นอโคไนต์เข้าสู่ร่างกาย เหยื่อมักมีอาการ คลื่นไส้อาเจียน ต่อมาจะเริ่มขาดอากาศหายใจสาเหตุจากภาวะระบบประสาทเป็นอัมพาต หัวใจเต้นผิดจังหวะ และสิ้นลมหายใจภายในเวลาไม่กี่นาที


10. เฮมล็อก หรือโคเนียม
สำหรับชนพื้นเมืองในแถบยุโรป แอฟริกาใต้ อเมริกาเหนือ และฝั่งตะวันตกของเอเชีย ต้นเฮมล็อก เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และขึ้นชื่อว่ามีพิษร้ายแรง น้ำยางจากต้นมีกลิ่นคล้ายฉี่หนู และมีสารพิษที่เรียกกันว่าอัลคาลอยด์
ตัวอย่างของคนที่เสียชีวิตจากเฮมล็อกคือ โสเครติส นักปรัชญาคนดัง ที่ถูกศาลพิพากษาว่า… สร้างความเสื่อมศรัทธาให้แก่ศาสนาและเยาวชน โสเครติสถูกบังคับให้ดื่มยาพิษจากต้นเฮมล็อก และเสียชีวิตในช่วง 399 ปีก่อนคริสตศักราช
อาการหลังจากได้รับสาร
อาการของคนได้รับพิษจากเฮมล็อกคือ ระบบทางเดินอาหารร้อนเหมือนโดนเผาไหม้ ง่วงเหงาหาวนอน ปวดกล้ามเนื้อ ไตเสียหาย การสลายตัวเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อรวดเร็วกว่าคนปกติ อัตราการเต้นของหัวใจลดลง พูดไม่ได้ อัมพาต หมดสติ หัวใจ ปอด และไตวาย ก่อนตายในที่สุด

เป็นยังไงกันบ้างคะน้องๆ กับคอลัมน์สารพัดสารพิษในครั้งนี้ ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งหมดที่พี่ซูมยกมาเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะคะ ยังมียาพิษอีกหลายพันชนิดในโลกใบนี้รอให้ฆาตกรนำไปใช้กับเหยื่อ ซึ่งพี่ก็หวังว่าข้อมูลเรื่องยาพิษเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ให้น้องๆ อ่านสนุกพร้อมได้ความรู้ไปในตัว หรือถ้าใครอยากเอาไปใช้เขียนนิยายพี่ยินดีมากค่ะ และจะยินดีกว่าเดิมมากถ้าแปะลิ้งค์ทิ้งไว้ให้อ่านพี่กับเพื่อนๆ คนอื่นได้ตามไปอ่านกันด้วย 555

ที่มา https://www.dek-d.com

Loading...
ads-yengo

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here